สมัครร่วมทีมวันนี้ รับเว็บไซต์ + แบนเนอร์ มูลค่ากว่า 10,000 บาท ฟรี!! สมัครเลย คลิก

พ.ร.บ. รถยนต์คืออะไร? ต่อยังไง ใช้เอกสารอะไรบ้าง (อัปเดต 2569)

คู่มือฉบับเข้าใจง่าย ครบทั้งความคุ้มครอง ราคา ขั้นตอนต่อ และสิ่งที่ต้องรู้หากขาดต่อ


ทุกครั้งที่ใกล้ถึงกำหนดต่อภาษีรถยนต์ประจำปี เจ้าของรถหลายคนมักได้ยินคำว่า “พ.ร.บ.” แต่ก็ยังสงสัยว่า พ.ร.บ. รถยนต์คืออะไร ทำไมต้องมี ต่างจากประกันรถยนต์ทั่วไปยังไง แล้วต้องต่ออย่างไร ใช้เอกสารอะไรบ้าง บทความนี้จะสรุปให้ครบในที่เดียว เข้าใจง่าย พร้อมราคาล่าสุดปี 2569 


พูดง่าย ๆ คือ พ.ร.บ. รถยนต์เป็นประกันภาคบังคับที่ช่วยคุ้มครองชีวิตและร่างกายของผู้ประสบภัยจากรถ แต่ไม่คุ้มครองค่าซ่อมรถหรือทรัพย์สิน ค่ะ ส่วนการต่อ พ.ร.บ. ต้องตรวจสอบข้อมูลรถและวันคุ้มครองให้ถูกต้อง โดยเฉพาะเมื่อต้องนำไปใช้ต่อภาษีรถประจำปี

Key Takeaways

พ.ร.บ. รถยนต์ คืออะไร?

พ.ร.บ. รถยนต์ คือประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ ที่รถทุกคันต้องทำตามกฎหมาย ตาม “พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535” จุดประสงค์หลักคือเพื่อให้ผู้ประสบภัยจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร หรือคนเดินถนน ได้รับความคุ้มครองด้านค่ารักษาพยาบาลและค่าชดเชยเบื้องต้นอย่างทันท่วงที

จุดสำคัญที่ต้องเข้าใจ: พ.ร.บ. คุ้มครองเฉพาะ “คน” เท่านั้น ไม่คุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถหรือทรัพย์สิน ดังนั้นหากต้องการความคุ้มครองตัวรถ เช่น รถชน รถหาย ไฟไหม้ ต้องซื้อประกันภาคสมัครใจ (ประกันชั้น 1, 2+, 3+) เพิ่มเติมต่างหาก

พ.ร.บ. รถยนต์ต่างจากประกันรถยนต์ทั่วไปยังไง?

พูดง่าย ๆ คือ พ.ร.บ. รถยนต์เป็นความคุ้มครองขั้นพื้นฐานตามกฎหมาย ส่วนประกันรถยนต์ภาคสมัครใจคือส่วนเสริมที่ช่วยดูแลตัวรถของเราให้อุ่นใจมากขึ้น

พ.ร.บ. รถยนต์ คุ้มครองอะไรบ้าง?

ตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2568 เป็นต้นมา พ.ร.บ. ได้ปรับเพดานความคุ้มครองสูงสุดเป็น 20 ล้านบาทต่ออุบัติเหตุหนึ่งครั้ง (จากเดิม 5–10 ล้านบาท) โดยเบี้ยประกันยังคงเท่าเดิม ซึ่งถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้ใช้รถ โดยความคุ้มครองของ พ.ร.บ. รถยนต์แบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก ดังนี้

1. ค่าเสียหายเบื้องต้น (ได้รับทันที ไม่ต้องรอพิสูจน์ถูกผิด) ผู้ประสบภัยจะได้รับค่าเสียหายเบื้องต้นภายใน 7 วันหลังยื่นเรื่อง โดยไม่ต้องรอพิสูจน์ว่าใครเป็นฝ่ายผิด
2. ค่าสินไหมทดแทน (ได้รับเพิ่มเมื่อพิสูจน์แล้วว่าเป็นฝ่ายถูก) เมื่อพิสูจน์แล้วว่าฝ่ายเราเป็นฝ่ายถูก ผู้ประสบภัยจะได้รับค่าสินไหมทดแทนเพิ่มเติม ดังตารางด้านล่าง

กรณีความคุ้มครอง วงเงินสูงสุด (ต่อคน)
ค่าเสียหายเบื้องต้น – ค่ารักษาพยาบาล (ไม่ต้องรอพิสูจน์ถูกผิด) 30,000 บาท
ค่าเสียหายเบื้องต้น – เสียชีวิต/ทุพพลภาพถาวร 35,000 บาท
ค่าสินไหมทดแทน – ค่ารักษาพยาบาล (เมื่อพิสูจน์แล้วว่าเป็นฝ่ายถูก) สูงสุด 80,000 บาท
ค่าสินไหมทดแทน – กรณีเสียชีวิต/ทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง 500,000 บาท
ค่าสินไหมทดแทน – สูญเสียอวัยวะ (ตามระดับ) 200,000–500,000 บาท
ค่าชดเชยรายวัน (ผู้ป่วยใน สูงสุด 20 วัน) 200 บาท/วัน

หมายเหตุ: วงเงินสูงสุด 20 ล้านบาท เป็นเพดานรวมต่ออุบัติเหตุหนึ่งครั้ง ซึ่งอาจเฉลี่ยให้ผู้ประสบภัยหลายรายในเหตุการณ์เดียวกัน ตัวเลขความคุ้มครองต่อคนอาจปรับเปลี่ยนตามประกาศของ คปภ. ควรตรวจสอบล่าสุดกับบริษัทประกัน

ราคา พ.ร.บ. รถยนต์ 2569 เท่าไหร่?

ราคา พ.ร.บ. เป็นอัตราคงที่ที่กำหนดโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ทุกบริษัทคิดราคาเท่ากัน แตกต่างกันตามประเภทของรถ (ราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)

ประเภทรถ รายละเอียด เบี้ย พ.ร.บ. (บาท/ปี)
รถเก๋ง / รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ไม่เกิน 7 ที่นั่ง 645.21
รถกระบะ น้ำหนักรวมไม่เกิน 3 ตัน 967.28
รถตู้ / รถโดยสาร 7–15 ที่นั่ง 1,182.35
รถยนต์ไฟฟ้า (EV) รถนั่งส่วนบุคคล 645.21
รถจักรยานยนต์ ตามขนาดเครื่องยนต์ (cc) 150–645

*หมายเหตุ: ราคารถจักรยานยนต์แตกต่างกันตามขนาดเครื่องยนต์ (ตั้งแต่ประมาณ 161–645 บาท) ราคาข้างต้นเป็นค่าโดยประมาณ ควรตรวจสอบอัตราล่าสุดกับผู้ให้บริการ

ถ้าขาดต่อ พ.ร.บ. รถยนต์มีโทษอะไร?

การไม่ต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ถือว่าผิดกฎหมาย มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท และที่สำคัญคือ จะไม่สามารถต่อภาษีรถยนต์ได้ เพราะ พ.ร.บ. เป็นเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการต่อภาษี

นอกจากนี้ หากเกิดอุบัติเหตุระหว่างที่ พ.ร.บ. รถยนต์ขาด ผู้ประสบภัยจะไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย และเจ้าของรถอาจต้องรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลเองทั้งหมด จึงควรต่อ พ.ร.บ. ก่อนหมดอายุทุกครั้ง (สามารถต่อล่วงหน้าได้ก่อนหมดอายุประมาณ 90 วัน)

เงื่อนไขการต่อ พ.ร.บ. รถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2569 เป็นต้นไป ตามกฎใหม่ของ คปภ. (คำสั่งนายทะเบียนที่ 17/2569) มีการปรับรอบวันคุ้มครองของ พ.ร.บ. รถยนต์ตรงกับรอบวันหมดอายุภาษีรถประจำปี เพื่อป้องกันปัญหาความคุ้มครองขาดช่วง โดยมีรายละเอียดสำคัญ ดังนี้ค่ะ

1. เงื่อนไขระยะเวลาความคุ้มครอง (ปรับตามวันหมดอายุภาษี)

2. หลักฐานที่ต้องใช้ในการซื้อ/ต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ใหม่

  1. สมุดคู่มือจดทะเบียนรถ (เล่มจริงหรือสำเนา)
  2. พ.ร.บ. ฉบับเดิม (ถ้ามี) เพื่อตรวจสอบวันสิ้นสุดเดิม
  3. ป้ายภาษีรถ (ป้ายวงกลม) หรือภาพถ่ายข้อมูลจากแอปพลิเคชันภาครัฐ เช่น ข้อมูลจากแอปฯ DLT Vehicle Tax Plus หรือ แอปฯ ทางรัฐ เพื่อยืนยันวันครบรอบปีภาษีรถที่ถูกต้อง 

หมายเหตุ: สำหรับผู้ที่ต่อ พ.ร.บ. ล่วงหน้าไปก่อนวันที่ 1 กันยายน 2569 จะยังคงได้รับความคุ้มครองตามเงื่อนไขเดิมปกติ และค่อยเริ่มปรับรอบวันให้ตรงกันในการต่ออายุรอบปีถัดไป

สิ่งที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ. รถยนต์

บางคนคิดว่า “ใช้รถน้อย ไม่น่าจะเกิดอุบัติเหตุ ไม่ต้องต่อก็ได้” แต่หน้าที่ตามกฎหมายไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเราขับบ่อยแค่ไหนค่ะ และอุบัติเหตุเพียงครั้งเดียวก็อาจทำให้มีค่ารักษาพยาบาลหรือค่าเสียหายที่ต้องรับผิดชอบตามมาได้

อีกเรื่องที่อยากฝากไว้คือ มี พ.ร.บ. รถยนต์แล้วไม่ได้แปลว่าครอบคลุมค่าซ่อมรถของเราและคู่กรณี เพราะ พ.ร.บ. ดูแลความเสียหายต่อคน ส่วนรถและทรัพย์สินต้องดูประกันภาคสมัครใจเพิ่มเติมให้ตรงกับความต้องการค่ะ

สรุป

พ.ร.บ. รถยนต์เป็นความคุ้มครองพื้นฐานที่เจ้าของรถควรดูแลให้ต่อเนื่องค่ะ ช่วยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถตามวงเงินและเงื่อนไขที่กำหนด แต่ไม่ได้คุ้มครองค่าซ่อมรถหรือทรัพย์สิน

ก่อนต่อครั้งถัดไป ลองเช็กวันหมดอายุ พ.ร.บ. คู่กับวันหมดอายุภาษี เตรียมเอกสารให้ครบ และแจ้งผู้ให้บริการว่าจะนำไปใช้ต่อภาษีหรือไม่ จะได้เลือกระยะเวลาคุ้มครองให้ตรงกับการใช้งานและไม่ขาดช่วงนะคะ

เช็กราคา พ.ร.บ. รถยนต์และปรึกษากี้ได้เลยค่ะ

ถ้ายังไม่แน่ใจว่ารถของเราใช้พิกัดไหน หรือ พ.ร.บ. กับภาษีหมดอายุคนละวันแล้วต้องต่ออย่างไร ติดต่อกี้เพื่อช่วยตรวจสอบข้อมูลและดูรายละเอียดก่อนตัดสินใจได้ค่ะ

เช็กราคา พ.ร.บ. รถของคุณ คลิกที่นี่

หากต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติมติดต่อกี้ได้ที่
ไลน์ : kie.365
โทร : 064 – 536 – 3656

หรือ คลิกสมัครสมาชิกศรีกรุง 

(FAQ) คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ พ.ร.บ. รถยนต์

Q: พ.ร.บ. กับภาษีรถยนต์ อันเดียวกันไหม?
A: ไม่ใช่ พ.ร.บ. รถยนต์ คือ ประกันภาคบังคับที่คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ส่วนภาษีรถยนต์ คือ ค่าธรรมเนียมที่จ่ายให้รัฐ แต่ทั้งสองมักต่อพร้อมกัน เพราะต้องมี พ.ร.บ. รถยนต์ก่อนจึงจะต่อภาษีได้

Q: พ.ร.บ. รถยนต์ต่อล่วงหน้าได้กี่วัน?
A: โดยทั่วไปสามารถต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ล่วงหน้าได้ก่อนวันหมดอายุประมาณ 90 วัน เพื่อไม่ให้ความคุ้มครองขาดช่วง

Q: มี พ.ร.บ. แล้ว ยังต้องทำประกันชั้น 1 อีกไหม?
A: ขึ้นอยู่กับความต้องการ พ.ร.บ. รถยนต์คุ้มครองเฉพาะคน ไม่คุ้มครองตัวรถ หากต้องการคุ้มครองรถกรณีชน รถหาย หรือไฟไหม้ ควรทำประกันรถยนต์ภาคสมัครใจเพิ่ม เช่น ประกันรถยนต์ชั้น 1 ประกันรถยนต์ชั้นสอง (2+) หรือประกันรถยนต์ชั้นสามพลัส (3+)

ข้อมูลในบทความนี้จัดทำเพื่อเป็นความรู้ทั่วไป อัตราค่าเบี้ย วงเงินความคุ้มครอง และเงื่อนไขอาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศของ คปภ. และกรมการขนส่งทางบก ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับหน่วยงานหรือบริษัทประกันโดยตรงก่อนดำเนินการทุกครั้ง